มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี

จังหวัดนครปฐม PDF Print E-mail
  
Friday, 08 August 2008 23:32

สารบัญ  

จังหวัดนครปฐม

1. สภาพภูมิประเทศของจังหวัดนครปฐม

1.1 ข้อมูลทั่วไป

1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

1.3 แผนที่จังหวัด

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

2.1.1 อุณหภูมิ

2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

2.1.4 ช่วงแสง

2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

3. สภาพดินในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร   

3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช

3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข 

3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

5. ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดนครปฐม

5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดนครปฐม

5.2 พืชเศรษฐกิจ

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

6.1 พันธุ์ข้าว

6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

6.4 การใส่ปุ๋ย

6.5 การกำจัดวัชพืช

6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

6.7 ผลผลิต

6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

7.2 ผลกระทบจากโรคและแมลง

7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

7.2.2 ปัญหาจากเพลี้ยกระโดดหลังขาว

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

8.1 รายได้จากการขายข้าว

8.2 รายจ่ายในการทำนา

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

 

......................................................................................................................................................................................................................

 

จังหวัดนครปฐม

       จังหวัดนครปฐม เป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคกลางพื้นที่ถือครองการเกษตรเกือบร้อยละ 70ใช้ประโยชน์ในด้านการทำนาและประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีการทำนาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตข้าว  การศึกษาการจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าวของจังหวัดนครปฐมระหว่าง  พ.ศ.2547-2549 ด้วยการสำรวจระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินระดับผลผลิตข้าวของเกษตรกรทดสอบเทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม และจัดทำแผนที่แสดงเขตศักยภาพการผลิตข้าว ตามระดับความเหมาะสมของดิน พบว่า โดยรวมดินนามีความเหมาะสมต่อการปลูกข้าวมากปานกลาง  เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว ประมาณ ร้อยละ 70,10,10 และ 10 ตามลำดับ เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรนิยมปลูกข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ปทุมธานี 1 และสุพรรณบุรี 60 ได้ผลผลิตมากกว่า 550 กิโลกรัมต่อไร่ประมาณร้อยละ 80 การใช้เทคโนโลยีด้านการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระดับผลผลิตซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวของจังหวัดนครปฐมได้มากขึ้น โดยจากพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดนครปฐม 362,620 ไร่ เกษตรกรปลูกข้าวได้ผลผลิตเฉลี่ย 680 กิโลกรัมต่อไรคิดเป็นมูลค่าการผลิต 1,356,198,808 บาทการใช้เทคโนโลยีการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมให้ผลผลิตเฉลี่ย788 กิโลกรัมต่อไรคิดเป็นมูลค่าการผลิต1,572,592,285 บาท ซึ่งให้มูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นถึง16%  (ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552)

1. สภาพภูมิประเทศของจังหวัดนครปฐม

1.1 ข้อมูลทั่วไป

       จังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตก ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่นํ้าท่าจีนซึ่งเป็นพื้นที่ บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางโดยอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่  13 องศา  45 ลิปดา  10 ฟิลิปดา  เส้นแวงที่  100 องศาลิปดา28 ฟิลิปดา มีพื้นที่ 2,168.327 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,204 ไร่ เท่ากับร้อยละ 0.42 ของประเทศ  และมีพื้นที่เป็นอันดับที่  62  ของประเทศ  อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร  ไปตามเส้นทางถนนเพชรเกษม 56 กิโลเมตร หรือตามเส้นทางถนนบรมราชชนนี (ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) 51 กิโลเมตร ตามเส้นทางรถไฟ 62 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้

อาณาเขต 

ทิศเหนือ

ติดต่อกับ

อําเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศใต    

ติดต่อกับ

อําเภอกระทุ่มแบน  อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอําเภอบางแพ  จังหวัดราชบุรี

ทิศตะวันออก

ติดต่อกับ

อําเภอไทรน้อย อําเภอบางใหญ อําเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีเขตทวีวัฒนา  เขตหนองแขม กรุงเทพมหานครและอําเภอบางไทร จังหวัพระนครศรีอยุธยา

ทิศตะวันตก

ติดต่อกับ

อําเภอบ้านโป่ง อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีและอําเภอท่ามะกา อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

                                                                                                                                                                                          

1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

       สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดนครปฐมมีลักษณะเป็นที่ราบ ถึงค่อนข้างราบเรียบ ไม่มีภูเขาและป่าไม ระดับความแตกต่างของความสูงของพื้นที่อยูระหว่าง 2- 10  สภาพพื้นที่โดยทั่วไปสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลาง 6 เมตร โดยลาดจากทิศเหนือสู่ทิศใต และตะวันตกสู่ตะวันออกมีแมนํ้าท่าจีนไหลผ่าน จากทิศเหนือสู่ทิศใต พื้นที่ทางตอนเหนือ และทางตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่วนใหญเป็นที่ดอนมีระดับความสูง 6 - 10เมตร  ส่วนพื้นที่ทางตอนกลางของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่ม มีที่ดอนกระจายเป็นแห่งๆ และมีแหล่งนํ้ากระจายสําหรับพื้นที่ด้านตะวันออก และด้านใตเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่นํ้าท่าจีน มีคลองธรรมชาติ และคลองซอยที่ขุดขึ้นเพื่อการเกษตร และคมนาคมอยู่มาก พื้นที่สูงจากระดับนํ้าทะเล 2 - 4 เมตร

1.3 แผนที่จังหวัด

 

 

ภาพที่ 1 แผนที่แสดงขอบเขตจังหวัดนครปฐม

 

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

2.1.1 อุณหภูมิ

        จากสถิติของข้อมูลอุณหภูมิของจังหวัดนครปฐม โดยใช้ข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยานครปฐม อำเภอกำแพงแสนย้อนหลัง 5 ปี (2543-2547) ปรากฏว่าอุณหภูมิทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับอุณหภูมิที่วัดได้ 39.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2547 และอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 12.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543 (ตารางที่ 1) 

ตารางที่ 1  อุณหภูมิเฉลี่ย (องศาเซลเซียส) ของจังหวัดนครปฐมปี 2543-2547

ปี พ.ศ. 

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 

อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 

อุณหภูมิเฉลี่ย 

อุณหภูมิสูงที่สุด 

อุณหภูมิต่ำที่สุด 

2543

32.9

22.8

27.9

37.9

12.4

2544

33

23.3

28.1

39

14.2

2545

33.1

23.6

28.3

38.6

15.4

2546

33.1

23.4

28.3

39

13.5

2547

33.5

22.9

28.2

39.4

14.3

ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยานครปฐม อำเภอกำแพงแสน อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552

 

2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

2.1.4 ช่วงแสง

2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

       จากสถิติข้อมูลปริมาณน้ำฝนของจังหวัดนครปฐมโดยใช้ข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยา ย้อนหลัง 5 ปี (2543-2547) พบว่าปริมาณน้ำฝนอยู่ในช่วง 700-1,200 มิลิเมตร ฝนตกมากที่สุดปี 2544 วัดได้ 1,166 มิลลิเมตร (ตารางที่ 2)

ตารางที่ 2  ปริมาณน้ำฝนของจังหวัดนครปฐมปี 2543-2547

ปี พ.ศ. 

ปริมาณน้ำฝน (มิลลิเมตร ) 

จำนวนวันที่ฝนตก 

2543

722

106

2544

1166

112

2545

1068

104

2546

947

98

2547

713

78

ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยานครปฐม อำเภอกำแพงแสน อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552

 

การกระจายตัวของฝน 

       ปริมาณฝนที่ตกในจังหวัดนครปฐม โดยใช้ข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยานครปฐม อำเภอกำแพงแสนย้อนหลัง 5 ปี (2543-2547) ทำให้ทราบว่าปริมาณน้ำฝนจะอยู่ในช่วง 300-1,400 มิลลิเมตร โดยพื้นที่ที่มีฝนตกมากที่สุด ได้แก่พื้นที่อำเภอนครชัยศรี เมื่อปี 2544 วัดได้ 1,389 มิลลิเมตร โดยมีจำนวนวันที่ฝนตก 109 วัน ส่วนพื้นที่ที่มีฝนตกน้อยที่สุด ได้แก่ พื้นที่อำเภอดอนตูม เมื่อปี 2547 วัดได้ 380.7 มิลลิเมตร จำนวนวันที่ฝนตก 38 วัน

3. สภาพดินในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

       หน่วยแผนที่ดินในจังหวัดนครปฐมมี 9 หน่วยแผนที่ดิน ซึ่งมีลักษณะดินที่ต่างกันออกไป (ภาพที่ 2)

 

ภาพที่ 2  แสดงหน่วยแผนที่ดินจังหวัดนครปฐม

 

3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร

3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช

3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข 

3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

       4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

       จังหวัดนครปฐมมีพื้นที่รับนํ้าจากโครงการชลประทานแม่กลองใหญ (เขื่อนแม่กลอง) และจากโครงการเจ้าพระยา  (เขื่อนเจ้าพระยา)  โดยมีโครงการชลประทานที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนครปฐม  8 โครงการ คือ 

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษากําแพงแสน มีพื้นที่ได้รับประโยชน 210,310  ไร คิดเป็นร้อยละ 15.52  ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดฝั่งซ้ายของแม่นํ้าท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกถึงตะวันตกในเขตอําเภอเมืองฯ อําเภอกําแพงแสน อําเภอบางเลน อําเภอนครชัยศรี และอําเภอดอนตูม

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษานครปฐม มีพื้นที่ได้รับประโยชน 266,810  ไร คิดเป็นร้อยละ 19.69  ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดฝั่งขวาของแม่นํ้าท่าจีน ในเขตอําเภอเมืองฯ อําเภอกําแพงแสน อําเภอนครชัยศรี และอําเภอสามพราน

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาบางเลน มีพื้นที่ได้รับประโยชน  224,200  ไร คิดเป็นร้อยละ 16.54 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ตอนเหนือด้านฝั่งซ้ายของแม่นํ้าท่าจีน ในเขตอําเภอกําแพงแสน อําเภอบางเลน และอําเภอดอนตูม

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพนมทวน มีพื้นที่ได้รับประโยชน  49,534  ไร คิดเป็นร้อยละ 3.66 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดในเขตอําเภอกําแพงแสน

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษานครชุม มีพื้นที่ได้รับประโยชน 47,600 ไร คิดเป็นร้อยละ 3.51 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงใตของจังหวัดในเขตอําเภอเมืองฯ และอําเภอสามพราน

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพระยาบรรลือ มีพื้นที่ได้รับประโยชน 86,445 ไร คิดเป็นร้อยละ 6.38 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ด้านทิศเหนือฝั่งขวาของแม่นํ้าท่าจีนในเขตอําเภอบางเลน

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพระพิมล มีพื้นที่ได้รับประโยชน 117,240 ไร คิดเป็นร้อยละ 8.65 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ด้านตะวันออกฝั่งขวาของแม่นํ้าท่าจีนในเขตอําเภอบางเลน อําเภอนครชัยศรี และอําเภอพุทธมณฑล

- โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาภาษีเจริญ มีพื้นที่ได้รับประโยชน  34,487  ไร คิดเป็นร้อยละ 2.54 ของพื้นที่จังหวัด รับผิดชอบพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ฝั่งขวาของแม่นํ้าท่าจีน ในเขตอําเภอนครชัยศรี อําเภอสามพราน และอําเภอพุทธมณฑล (ตารางที่ 3 )

ตารางที่ 3 โครงการชลประทานและพื้นที่ได้รับประโยชนจากชลประทานจังหวัดนครปฐม ป 2548

โครงการชลประทานในเขตจังหวัดนครปฐม 

พื้นที่ได้รับประโยชน์ (ไร่) 

รวม (ไร่) 

คิดเป็นร้อยละของพื้นที่จังหวัด 

 เมืองฯ 

กําแพงแสน 

บางเลน 

นครชัยศรี 

สามพราน 

ดอนตูม 

พุทธมณฑล 

1. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษากําแพงแสน

32,600

69,310

26,000

17,000

-

65,400

-

210,310

15.52

2. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษานครปฐม

128,800

390

-

81,210

56,410

-

-

266,810

19.69

3. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาบางเลน

-

114,700

95,600

-

-

13,900

-

224,200

16.54

4. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพนมทวน

-

49,534

-

-

-

-

-

49,534

3.66

5. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษานครชุม

45,400

-

-

-

2,200

-

-

47,600

3.51

6. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพระยาบรรลือ

-

-

86,445

-

-

-

-

86,445

6.38

7. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาพระพิมล

-

-

65,340

25,270

-

-

26,630

117,240

8.65

8. โครงการส่งนํ้าและบํารุงรักษาภาษีเจริญ

-

-

-

4,247

28,673

-

1,567

34,487

2.54

รวมแต่ละอําเภอ

206,800

233,934

273,385

127,727

87,283

79,300

28,197

 

 

รวมทั้งหมด  

1,036,626

76.49

 ที่มา : สํานักงานชลประทานจังหวัดนครปฐม , 2548 อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552

 

 

ภาพที่ 3  โครงการชลประทานจังหวัดนครปฐม

 

5. ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดนครปฐม

5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดนครปฐม

5.2 พืชเศรษฐกิจ

       พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม  คือ  ข้าว  อ้อย  ไม้ผล  พืชผักต่าง ๆ และไม้ดอกไม้ประดับ ภาพที่ 4 เป็นภาพการใช้ประโยชนที่ดินเพื่อการเกษตรของจังหวัดนครปฐม

 

 

ภาพที่ 4  การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร

 

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

6.1 พันธุ์ข้าว

       เกษตรกรที่ทํานาในพื้นที่ชลประทาน 85 เปอร์เซ็นต ใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์ผสมไม่ไวต่อช่วงแสงเป็นส่วนใหญ ได้แก พันธุ์สุพรรณบุรี 1 ปทุมธานี 1 ชัยนาท สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 2 พิษณุโลก 2 อีก 11 เปอร์เซ็นต ใช้พันธุ์ข้าวที่ไม่ได้ผ่านการรับรองพันธุ สําหรับพันธุ์ข้าวที่เป็นที่นิยมของเกษตรกรในท้องถิ่น คือ พันธุ์สุพรรณบุรี 1 (65%) ปทุมธานี 1 (5%) และชัยนาท (5%)

6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

       พื้นที่ส่วนใหญของจังหวัดนครปฐมอยู่ในเขตชลประทาน ดังนั้นเกษตรกรทุกรายจึงนิยมปลูกข้าวโดยวิธีการหว่านนํ้าตม สําหรับอัตราเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ 59  เปอร์เซ็นต  ใช้อัตราเมล็ดพันธุ  31-35 กิโลกรัมต่อไร่รองลงมา 22% ใชอัตราเมล็ดพันธุ 36-40 กิโลกรัมต่อไร และมีเพียง 2% เท่านั้น ที่ใช้อัตราเมล็ดพันธุ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นอัตราที่ทางราชการแนะนํา โดยเกษตรกรอ้างว่าที่หว่านอัตรามากเนื่องจากเมล็ดพันธุ์มีเปอร์เซ็นต์งอกน้อย และมีการหว่านเผื่อนกที่จะมากินข้าวที่หว่านใหม่

6.4 การใส่ปุ๋ย

       จากการรวบรวมข้อมูลการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร พบว่า 78 เปอรเซ็นต เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง รองลงมา 21 เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยเคมี 3 ครั้ง และมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีครั้งเดียว เกษตรกรบางรายมีการใส่ปุ๋ยอินทรียผสมกับปุ๋ยเคมีลงไปด้วย

       ชนิดและอัตราปุ๋ยเคมีที่ใส่ในครั้งแรก เกษตรกรส่วนใหญ 37 เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) รองลงมา28  เปอร์เซ็นตใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต  (16-20-0) อีก  25  เปอร์เซ็นตเกษตรกรใช้ปุ๋ยผสมระหว่างปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) ร่วมกับปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต (16-20-0) โดยผสมปุ๋ยทั้ง 2 ชนิด เข้าด้วยกัน อัตราปุ๋ยเคมีที่ใช้ในครั้งแรก เกษตรกรส่วนใหญ 57 เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยเคมีในครั้งแรกอัตรา 21-25 กิโลกรัมต่อไร รองลงมา 20%เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีอัตรา 16-20 กิโลกรัมต่อไร 12 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 26-30 กิโลกรัมต่อไรและอีก 4% เกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยในอัตราที่มากกว่า 30 กิโลกรัมต่อไร่

       ชนิดและอัตราปุ๋ยเคมีที่ใส่ในครั้งที่สอง  เกษตรกรส่วนใหญ  59  เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต (16-20-0) รองลงมา 14 เปอร์เซ็นต เกษตรกรใช้ปุ๋ยผสมระหว่างยูเรีย (46-0-0) ร่วมกับปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต (16-20-0) โดยผสมปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน อีก 11 เปอร์เซ็นต เกษตรกรใช้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตราปุ๋ยเคมีที่ใช้ในครั้งที่สอง  เกษตรกรส่วนใหญ  56  เปอร์เซ็นต  ใส่ปุ๋ยเคมีในครั้งที่สองอัตรา 21-25 กิโลกรัมต่อไร รองลงมา 22 เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 16-20 กิโลกรัมต่อไร และอีก 14 เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 26-30 กิโลกรัมต่อไร่

       ชนิดและอัตราปุ๋ยที่ใช้ในครั้งที่สาม  เกษตรกร 53  เปอร์เซ็นต ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต รองลงมา  27  เปอร์เซ็นต  ใส่ปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0) และอีก  7  เปอร์เซ็นต์  ใส่ปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0)  ร่วมกับปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต (16-20-0) โดยผสมปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน สําหรับอัตราปุ๋ยที่ใช้ในครั้งที่สามเกษตรกรส่วนใหญเกือบ 57 เปอร์เซ็นต์ ใส่ปุ๋ยเคมีในครั้งที่สาม อัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร รองลงมา 21 เปอร์เซ็นต์ ใส่ปุ๋ยเคมีในครั้งที่สามในอัตราตํ่ากว่า 10 กิโลกรัมต่อไร และอีก 14 เปอร์เซ็นตใส่ปุ๋ยเคมีในครั้งที่สามในอัตรามากกว่า 20 กิโลกรัมต่อไร่ (ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552)

6.5 การกำจัดวัชพืช

       ด้านการควบคุมวัชพืชเกษตรกรนิยมใชสารเคมีประเภทคุม ฆ่าวัชพืชโดยจะใช้สารเคมีในช่วงที่ข้าวมีอายุ  7-10  วัน และหลังจากนั้นจะใชสารเคมีประเภทเลือกทําลายอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อมีการตรวจพบวัชพืชในแปลงนา วัชพืชที่พบมาก ได้แก หญ้าไม้กวาด (Leptochloa chinensis (L.) Nees.) ผักปอดนา (Sphenoclea  zeylanica Garetn,)  กกทราย  (Cyperus  iria  L.)  แห้วหมู  (Cyperus  rotundus  L.) หญ้าข้าวนก  (Echinochloa crus-galli  (L.) Beauv:)

6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

       เกษตรกรมีการเก็บเกี่ยวข้าวเหมือนกับเกษตรกรในจังหวัดอื่นๆ คือ นิยมใช้เครื่องเกี่ยวนวดในการเก็บข้าว โดยมีการนัดหมายเครื่องเกี่ยวนวดไวล่วงหน้า และมีการนําผลผลิตข้าวไปจําหน่ายใหกับโรงสีในเขตพื้นที่นั้นๆ ส่วนใหญเกษตรกรจะเกี่ยวข้าวในสถานที่มีความชื้นสูง โดยอ้างว่าจะได้นํ้าหนักที่ดีกว่าเกี่ยวในสภาพที่ความชื้นตํ่า

6.7 ผลผลิต

6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

       (ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552 , หน้า 27) ได้ดําเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างผลผลิตข้าวจากแปลงเกษตรกร ในระยะข้าวสุกแกรวม 50 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บจากพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวมาก (L1) จํานวน 31 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อย 62 ของตัวอย่างผลผลิตที่เก็บเก็บจากพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวปานกลาง (L2) จํานวน 12 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ  24  ของตัวอย่างผลผลิตที่เก็บและเก็บจากพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวน้อย (L3) จํานวน  7 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 14 ของตัวอย่างผลผลิตที่เก็บมา  จากการวิเคราะหปริมาณผลผลิตที่ระดับความชื้นมาตรฐาน (14%) พบว่า ระดับผลผลิตข้าวของตัวอย่างที่เก็บจากเกษตรกรในเขตพื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกข้าวมาก  (L1) ใหผลผลิตเฉลี่ย 775 กิโลกรัมต่อไร ส่วนผลผลิตข้าวของตัวอย่างที่เก็บจากเกษตรกรในเขตพื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกข้าวปานกลาง (L2) ให้ผลผลิตเฉลี่ย 619 กิโลกรัมต่อไร และระดับผลผลิตข้าวตัวอย่างที่เก็บจากเกษตรกรในเขตพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวน้อย (L3) ใหผลผลิตเฉลี่ย 544 กิโลกรัมต่อไร

       จากการเก็บตัวอย่างผลผลิตข้าวในทุกพื้นที่ของจังหวัดนครปฐม พบว่ามีระดับผลผลิตข้าวมากกว่า 850 กิโลกรัมต่อไร จํานวน 2 ตัวอย่าง คิดเป็น 4 เปอร์เซ็นตของตัวอย่าง ระดับผลผลิตระหว่าง 850-710 กิโลกรัมต่อไร จํานวน  19 ตัวอย่าง คิดเป็น  38  เปอร์เซ็นตของตัวอย่าง  ระดับผลผลิตระหว่าง  710-550 กิโลกรัมต่อไร มี 21 ตัวอย่าง คิดเป็น 42 เปอร์เซ็นตของตัวอย่าง และระดับผลผลิตตํ่ากว่า 550 กิโลกรัมต่อไร จํานวน 8 ตัวอย่าง คิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต (ตารางที่ 4)

ตารางที่ 4  สรุประดับผลผลิตข้าวที่สุ่มเก็บตัวอย่าง จากแปลงของเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ป 2547

อําเภอ 

จํานวนตัวอย่าง 

รวม 

ระดับผลผลิต (กิโลกรัม/ไร่) 

มากกว่า 850 (R1)

850-710 (R2)

710-550 (R3)

ตํ่ากว่า 550 (R4)

กําแพงแสน

-

3

-

-

3

นครชัยศรี

-

1

1

3

5

ดอนตูม

-

2

5

-

7

พุทธมณฑล

-

2

-

1

3

บางเลน

2

11

15

4

32

ร้อยละของตัวอย่าง 

19 

21 

8

50

ที่มา : ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552

 

 

ภาพที่  5  แผนที่แสดงจุดเก็บตัวอย่างดินในแต่ละอําเภอ จ.นครปฐม

 

        สําหรับพื้นที่ที่ปรากฏเป็นสีขาว ในแผนที่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ปรากฏสีในแผนที่แสดงศักยภาพการให้ผลผลิตข้าวเบื้องต้น (ภาพที่ 6) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ใชประโยชน์ในด้านการปลูกพืชไร ไม้ผล ที่อยู่อาศัย และสถานที่ราชการต่างๆ

 

ภาพที่  6  ระดับผลผลิตข้าวจากการสัมภาษณ์เกษตรกร จ.นครปฐม

 

6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

       การจําแนกระดับศักยภาพการให้ผลผลิตเบื้องต้น  โดยใชข้อมูลผลผลิตข้าวที่สุ่มสํารวจเก็บตัวอย่างจากแปลงเกษตรกรจังหวัดนครปฐม  ครอบคลุมพื้นที่ทุกหน่วยแผนที่ดินในป  พ.ศ.2547 พร้อมกับนําข้อมูลมาจัดทําแผนที่แสดงระดับผลผลิตข้าว  เปรียบเทียบกับแผนที่จําแนกระดับความเหมาะสมของดินที่จัดทําขึ้น  โดยกรมพัฒนาที่ดินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว  (ภาพที่ 7) พบว่า พื้นที่ที่ใช้ในการทํานาของจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นการทํานาแบบอาศัยนํ้าจากคลองชลประทาน  โดยในพื้นที่ที่ดินมีศักยภาพในการใหผลผลิตในระดับเหมาะสมต่อการปลูกข้าวมากระดับ  1  (L1)  ซึ่งจะสามารถใหระดับผลผลิตข้าวมากกว่า 850 กก./ไร (R1) แสดงเป็นพื้นที่สีเหลือง ซึ่งประกอบด้วยหน่วยแผนที่ดิน 1 2 4  1/2 

 

 

ภาพที่  7  ระดับความเหมาะสมของดินต่อการปลูกข้าว จ.นครปฐม

 

       ผลจากการสํารวจเก็บตัวอย่างผลผลิตภายใตการจัดการผลิตในแบบของเกษตรกรในพื้นที่ L1 ดังกล่าวสามารถผลิตข้าวใหผลผลิตเฉลี่ย 775 กก./ไร อยู่ในระดับผลผลิตข้าว R2 (710-850 กก./ไร) ซึ่งแสดงเป็นพื้นที่สีเขียว ทุกหน่วยแผนที่ดินที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตในระดับเหมาะสมต่อการปลูกข้าวปานกลาง (L2) ซึ่งจะสามารถใหระดับผลผลิต 710-850 กก./ไร (R2) ซึ่งประกอบด้วยหน่วยแผนที่ดิน 2/11  11 แต่ผลจากการสํารวจเก็บตัวอย่างผลผลิตภายใตการจัดการแบบเกษตรกร สามารถผลิตข้าวใหผลผลิตเฉลี่ย 619.2 กก./ไร อยู่ในระดับผลผลิตข้าว R3  (550-710 กก./ไร) ซึ่งแสดงเป็นพื้นที่สีแดง ทุกหน่วยแผนที่ดินที่มีศักยภาพการใหผลผลิตในระดับเหมาะสมต่อการปลูกข้าวน้อย (L3) ซึ่งจะสามารถใหระดับผลผลิต 550-710 กก./ไร  (R3) ประกอบด้วยหน่วยแผนที่ดิน  8  8/2  8/3  33  33/7  38 แต่ผลจากการสํารวจเก็บตัวอย่างผลผลิตภายใต้การจัดการผลิตในแบบของเกษตรกร สามารถผลิตข้าวใหผลผลิตเฉลี่ย  544.07 กก./ไร จัดอยู่ในระดับผลผลิตข้าว R4 (ตํ่ากว่า 550 กก./ไร) ซึ่งแสดงเป็นพื้นที่สีฟ้า (ภาพที่ 8)  (ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี, 2552)

 

ภาพที่  8  ระดับความเหมาะสมในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว จ.นครปฐม

 

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

7.2 ผลกระทบจากโรคและแมลง

       แมลงศัตรูข้าวที่เป็นปัญหาต่อการผลิตข้าวมากที่สุด ได้แก หนอนห่อใบข้าว รองลงมาคือ เพลี้ยไฟ หนอนกอ และเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล  ส่วนโรคข้าว  ที่พบและมีปัญหา  ได้แก โรคข้าวที่เกิดจากเชื้อราชนิดต่างๆ  วิธีการป้องกันและกําจัดโรคแมลงศัตรูข้าว เกษตรกรจะใช้สารเคมีในการป้องกันและกําจัดเป็นส่วนใหญ่

7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

7.2.2 ปัญหาจากเพลี้ยกระโดดหลังขาว

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

8.1 รายได้จากการขายข้าว

8.2 รายจ่ายในการทำนา

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี และสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว.  (2552).  เอกสารวิชาการ  การจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าว จังหวัดนครปฐม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์

       ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร.

Last Updated ( Monday, 05 July 2010 07:03 )
 
Banner
Copyright © 2014 มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.